การนำเสนออย่างมีประสิทธิภาพ

Effective Presentation

วิทยากร: ธานี เทพวัลย์

ก่อนม่านเปิด (ก่อนการนำเสนอ)

  • สมองของมนุษยืเราเริ่มทำงานตั้งแต่ปฏิสนธิและไม่เคยหยุดทำงานเลย จนกระทั่งถึงวินาทีที่จะต้องขึ้นมาพูดต่อหน้าสาธารณะ (ขำๆ)

ช่วงนำเสนอ

  • สื่อด้วยภาษากาย
    • กานแต่งกายและลักษณะที่ปรากฎแก่สายตา
      • 90% ถูกปกคลุมด้วยเครื่องแต่งกาย
        • การแต่งกายของสุภาพบุรุษ
          • ไม่ควรเอาอะไรใส่กระเป๋าเสื้อ กางเกงให้รุงรัง
        • การแต่งกายของสุภาพสตรี
          • เสื้อผ้า หน้า ผม (ให้เหมาะ)

      • ข้อแนะนำ: แต่งกายให้ดีกว่าผู้ฟังระดับหนึ่ง (ถ้าผู้ฟังใส่เสื้อนอกแล้วเราไม่ต้องใส่สองตัว…ฮา)
      • รองเท้า: หุ้มปลายเท้าและส้น ขัดให้สะอาดดูดี
    • การสื่อสารทางสายตา
      • สบตาผู้ฟัง
ไม่ควรใส่แว่นดำ
      • ควรให้ผู้ฟังเห็นตาผู้พูด
      • ต้องฝึก ควรมองให้ทั่วทั้งห้อง ไม่ควรมองกวาดไปกวาดมาตลอดเวลา
      • มองผู้ฟังจะรับทราบได้ว่าผู้ฟังฟังอยู่ หรือเข้าใจหรือไม่
    • การทรงตัวและการเคลื่อนไหว
      • ห้ามล้วงแคะแกะเกา
ท่ายืน
      • ยืนตัวตรง ลงน้ำหนักทั้งสองข้าง ไม่เท้าหน้า เท้าหลังกับโต๊ะให้ดูไม่สุภาพ
      • สิ่งที่ถือออกมา อย่าให้เกะกะ ถือมาแล้วควรใช้
ท่านั่ง
      • นั่งครึ่งเก้าอี้ ตัวจะตรง
      • มือวางบนโต๊ะ อาจถือปากกาได้
      • อย่าถอดรองเท้าตอนไปบรรยายหรือนำเสนอแบบนั่ง
    • ท่าทางและการแสดงออกด้วยสีหน้า (มนุษย์เชื่อตามากกว่าเชื่อหู)
      • ยิ้มได้ก็ยิ้มหน่อย สร้างบรรยากาศที่ดีให้กับการบรรยายด้วย
      • นั่งตัวตรงๆ ให้ดูผู้ประกาศข่าว (ปิดเสียงดู) เป็นตัวอย่าง
ท่าทางและการแสดงออก
ท่าประกอบการบรรยาย
      • ท่าทางประกอบการบรรยายสามารถทำได้ สอดคล้องกับเรื่องที่พูด และเป็นธรรมชาติ ไม่ควรแกว่งไปมาอย่างไม่มีความหมายรบกวนการฟังการดู
  • สื่อด้วยภาษาพูด
    • ภาษาที่ใช้
      • ระดับเสียง ดังพอเหมาะ ชัดเจน
      • ศัพท์เทคนิค และคำย่อ ฟังรู้เรื่อง (ถ้าใช้ภาษาอื่น ภาษาต่างชาติ) การออกเสียงถูกอักขระวิธีของภาษานั้นๆ คำควบกล้ำ สำเนียง
      • ภาษาถิ่น
      • ไม่ควรก้าวร้าว อุทาน ตกใจ ประชด สบถ
      • คุณภาพของเสียง ไม่แหลมไม่ทุ้มเกินไป ฝึกฝนได้
      • การเน้นเสียง เพื่อแสดงความสำคัญ ไม่เน้นทุกคำ ไม่ควรพูดราบเรียบไปจนน่าเบื่อ
    • การหยุดวรรค
      • การทิ้งจังหวะ ไม่หยุดกลางประโยค
      • การใช้ช่วงเงียบ รอดูการตอบสนองจากผู้ฟัง
    • และภาษาที่ไม่เป็นคำ (เอ่อ อ่า นะครับ นะค่ะ ใช่ไม่ใช่ เสียงประกอบอื่นๆ)
      • วาสนาของคำพูด (อ่านว่า “วา สะ นา”) หมายถึงความเคยชิดในการใช้คำว่า “นะครับ” ท้ายประโยคที่ฝังลึก
  • การใช้อุปกรณ์
    • ไมโครโฟน
      • ไมโครโฟนมีหลายประเภท ควรรู้จักการทำงานของไมโครโฟนที่จะใช้ (ทดสอบหากไปถึงก่อนเวลา) เช่นบางประเภทจะต้องเปิดค้างไว้ประมาณ 5 วินาทีถึงจะทำงาน
      • ท่าทางการถือไมโครโฟน ให้ถือแบบปกติ ไม่เลียนแบบนักร้อง
      • การทดสอบไมโครโฟน ไม่ควรพูด “ฮัลโหลๆ เทสต์ๆ” ไม่ควรเคาะ ไม่ควรเป่า ให้พูดเป็นคำภาษาธรรมดาในการทดสอบเช่นสวัสดี
      • ควรระวังเมื่อวางไมโครโฟน ที่อาจกลิ้งตกจากที่วาง หรือขาไมโครโฟน
      • หากเป็นไมโครโฟนแบบมีสาย ไม่ควรม้วนสายเล่น หรือแกว่งไปมา และไม่ควรเดินไปเดินมาให้สายพันขา
      • หากเป็นการนั่งบรรยาย ให้เลื่อนไมโครโฟนเข้าหาตัว ไม่ควรที่จะต้องโน้มตัวไปหาไมโครโฟนเวลาพูด และไม่ควรให้ไมโครโฟนบังหน้าตาผู้บรรยาย
      • หากเป็นไมโครโฟนที่ติดไว้กับตัว อย่าลืมปิดหรือคืนไมโครโฟนก่อนไปเข้าห้องน้ำ หรือบรรยายเสร็จ
    • จอภาพ
      • ไม่ใช้ปากกาขีดเขียนบนฉากรับภาพ
      • ไม่ยืนบังฉากรับภาพ เช่นยืนอยู่หน้าเครื่องโปรเจกเตอร์
    • ตัวชี้ (pointer)
      • ไม่ควรชี้ค้างไว้นานๆ และวนไว้นานๆ
      • แนบมือกับลำตัวเพื่อให้นิ่ง และไม่สั่น หรือใช้อีกมือหนึ่งประคอง
      • ถ้าเป็นการชี้บนเอกสาร ไม่ควรใช้นิ้วมือชี้ ให้หาปากกาหรือวัตถุอื่นมาช่วยในการชี้
  • การดึงผู้ฟังเข้ามามีส่วนร่วม
    • เป็นศิลปะส่วนบุคคล ต้องฝึกฝนและเรียนรู้
  • การมีอารมณ์ขัน
    • การมีอารมณ์ขัน ควรสุภาพ และรู้กาละเทศะ
  • ความเป็นตัวตนตามธรรมชาติ

การสรุปปิดท้ายให้เกิดความประทับใจ

  • สรุปเนื้อหาประเด็นสำคัญ ที่ผู้ฟังควรทราบและจำกลับไปหลังบรรยายจบ
  • ช่วงถามตอบ
    • ฟังคำถามให้จบ
    • คิดก่อนตอบคำถาม
    • ทวนคำถาม อาจเพื่อซื้อเวลาคิดเพิ่ม หรือเพื่อดูว่าเข้าใจตรงกันกับผู้ถามหรือไม่ และเพื่อให้ผู้อื่นที่ไม่ได้ยินคำถามตั้งแต่ต้นได้ทราบคำถามด้วย
    • ควบคุมอารมณ์ ไม่ทะเลาะกับผู้ที่ถาม (ยอมรับไปก่อน เช่นบอกว่าจะไปลองกลับไปพิจารณาใหม่)
    • ห้ามแก้ตัว

หลังจบการบรรยาย

  • ควรมีการประเมินผลการบรรยาย
    • ประเมินด้วยตนเอง
    • ประเมินโดยผู้อื่น
      • แบบสอบถาม
      • หรือผ่านการรับฟังความคิดเห็นจากเฟื่อนร่วมงาน
    • ประเมินอะไร
      • ประเมินตามวัตถุประสงค์ของการบรรยาย
        • ประสิทธิภาพของการพูด ดูที่ผู้พูด
        • ประสิทธิผลของการพูด วัดจากผู้ฟัง
            • เกิดความพึงพอใจหรือไม่ ซึ่งขึ้นอยู่กับว่าผู้ฟังได้ฟังเรื่องที่ต้องการฟัง ผ่านการบรรยายที่มีคุณภาพ ภายใต้บรรยากาศที่ดี จดจำ และนำไปใช้ได้หรือไม่

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:

Advertisements

เผยแพร่โดย

อ.ดร.ณัฐพล อ่อนปาน

อาจารย์ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s