การใช้เวลาในการตรวจประเมินตามเกณฑ์ EdPEx

บุคลากรของมหาวิทยาลัยมหิดล ที่เป็นกรรมการตรวจเยี่ยมหน่วยงานภายในมหาวิทยาลัยมหิดล ด้วยเกณฑ์ EdPEx (MU EdPEx) สามารถกรอกรายงานผลการดำเนินงาน หรือเขียนข้อตกลงการปฏิบัติงาน (PA)

กิจกรรม

  • การเตรียมตัวและการอ่านรายงานการประเมินตนเอง 30 ชั่วโมง
  • การประชุมเตรียมการตรวจประเมิน (ตามเวลาจริง) โดยทั่วไปประมาณ 8 ชั่วโมง
  • การตรวจประเมินส่วนงาน (ตามเวลาจริง) โดยทั่วไปประมาณ 1 วันครึ่ง หรือ 12 ชั่วโมง
  • การตรวจแก้ไขร่างรายงานผลการตรวจประเมินสำหรับ ประธานกรรมการตรวจเยี่ยม 10 ชั่วโมง
  • การตรวจแก้ไขร่างรายงานผลการตรวจประเมินสำหรับ กรรมการการตรวจเยี่ยม 2 ชั่วโมง

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:

Advertisements

แบบสอบถามการประเมินภาระงานการเป็นกรรมการเยี่ยมสำรวจตามระบบคุณภาพมหาวิทยาลัยมหิดล

กองพัฒนาคุณภาพ สำนักงานอธิการบดี มหาวิทยาลัยมหิดล สำรวจข้อมูลจากกรรมการเยี่ยมสำรวจตามระบบคุณภาพมหาวิทยาลัยมหิดล (MUQD) ว่าควรมีภาระงานเท่าใด (คิดเป็นชั่วโมง) หากไปเป็นประธาน/กรรมการเยี่ยมสำรวจหน่วยงานในมหาวิทยาลัยมหิดล

  • จำนวนชั่วโมงที่ใช้ในการเตรียมตัวก่อนการเยี่ยมสำรวจ เช่นการอ่านเล่มรายงานประเมินตนเอง (Self Assessment Report หรือ SAR) และการเตรียมการเยี่ยมสำรวจ เช่นการเตรียมคำถาม การประชุมกรรมการที่จะไปเยี่ยม
  • จำนวนชั่วโมงระหว่างการเยี่ยมสำรวจ ซึ่งแบบสอบถามไม่ได้ถาม เพราะคงไม่มีอะไรซับซ้อน เช่นไปเยี่ยมสำรวจหน่วยงานเล็กๆ อาจใช้เวลา 1 วัน (8 ชั่วโมง) หน่วยงานขนาดใหญ่ขึ้น อาจใช้เวลาวันครึ่ง เป็นต้น
  • จำนวนชั่วโมงหลังการเยี่ยมสำรว๗ เช่นการใช้เวลาในการเตรียมทำรายงานผลการเยี่ยมสำรวจ (feedback report) การตรวจแก้รายงานดังกล่าวเป็นต้น

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง:

การขอขยายภาระงานที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก

เพื่อให้การเป็นที่ปรึกษางานวิทยานิพนธ์ของอาจารย์ต่อนักศึกษามีประสิทธิภาพสูงสุด จำนวนนักศึกษาภายใต้การดูแลของที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลักไม่ควรเกิน 5 คน แต่ในบางกรณีพบว่าอาจารย์ที่เป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลักมีศักยภาพที่สามารถให้คำปรึกษาและควบคุมวิทยานิพนธ์ให้กับนักศึกษาได้มากกว่า 5 คน

การขอขยายภาระงานที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลักตามแบบ บฑ. 48 สามารถใช้ยื่นขออนุมัติเป็นที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลักให้แก่นักศึกษาเกิน 5 คน แต่ไม่เกิน 10 คนได้ โดยต้องให้ข้อมูลประกอบการพิจารณาอนุมัติจากประธานหลักสูตรและคณบดีหรือผู้อำนวยการที่สังกัดอยู่ดังนี้

  • ชื่อผู้ยื่นขอขยายภาระงานที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก
  • ข้อมูลการเป็นอาจารย์ประจำหลักสูตรใด ระดับใด คณะหรือสถาบันใด
  • จำนวนนักศึกษาที่ให้ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก
  • ข้อมูลประกอบที่แสดงศักยภาพในการทำหน้าที่อาจารย์ที่ปรึกาาวิทยานิพนธ์หลักได้มากกว่า 5 คน
    • ทุนวิจัยที่ได้รับในปัจจุบัน (ชื่อทุน แหล่งทุน มูลค่าทุน ระยะเวลาที่ได้รับทุน)
    • ผลงานตีพิมพ์ในรอบ 5 ปีปฏิทิน
    • จำนวนนักศึกษาที่จบการศึกษาจากการทำหน้าที่ที่ปรึกษาหลักในรอบ 5 ปีที่ผ่านมา
    • จำนวนนักศึกษาปัจจุบันที่เป็นที่ปรึกษาหลัก และต้องขอขยายเวลาการศึกษา
  • เหตุผลความจำเป็นที่ต้องขอขยายภาระงานที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก
  • ข้อมูลนักศึกษที่ขอทำหน้าที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหลักเพิ่มเติม

ทั้งนี้ประธานหลักสูตรจะได้พิจารณาเห็นชอบหรือไม่เห็นชอบให้เพิ่มภาระงานที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลักได้ พร้อมบอกเหตุผลประกอบ เพื่อให้คณบดีหรือผู้อำนวยการพิจารณาเห็นชอบและส่งเรื่องขออนุมัติต่อคณบดีบัณฑิตวิทยาลัยต่อไป

อ้างอิง: เอกสาร บฑ.48 การขอขยายภาระงานที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์หลัก